Test quiz

by Suwat Po on December 28, 2013

Basic Concept of Well Control

Well control is one of the important topics which several positions in the drilling industry must fully understand. The well control quiz ebook is created to help people refresh and get more understanding about well control. It will also assist people before they are going to the well control school. There are several books in this series and each book contains one main topic which will be advantageous for learners. The eBook is an interactive eBook containing 25 questions related to basic concept of well control. Additionally, this content is based on both IWCF and IADC well control. Each question contains 3 possible answers. If learners select the right one, they will allow going to the next question. What's more, each question will have the full explanations. As a minimum, you will need a pen or pencil, paper, well control formula and calculator. Let's get started.
Start
Congratulations - you have completed Basic Concept of Well Control. You scored %%SCORE%% out of %%TOTAL%%. Your performance has been rated as %%RATING%%
Your answers are highlighted below.
Return
Shaded items are complete.
1234End
Return

{ 0 comments }

Hydroponics เป็นการผสมคำภาษากรีก 2 คำคือ Hydro แปลว่า น้ำ Ponos แปลว่า งาน เมื่อนำความหมายรวมกันมาใช้กับการปลูกพืช จึงหมายถึง การปลูกพืชลงบนธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายโดยตรง นั้นหมายความว่าเป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน ดังนั้นพืชที่ได้จึงปราศจากสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในดิน ทำให้ได้ผักที่สะอาดไร้สารเคมี

จากการกล่าวข้างต้นทำให้ทราบแล้วว่า Hydroponics เป็นพืชที่ไร้สารเคมี ดังนั้นพืชผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูงเช่นกัน เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไขมันต่ำด้วย มีน้ำ และกากเส้นใยอาหารจำนวนมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี เมื่อระบบขับถ่ายดี มันจะลดการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง ปลายลำไส้ใหญ่ขับถ่ายกากใยพร้อมสารพิษออกมา นั้นเป็นแหล่งสารอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และต้านทานโรคภัยต่างๆได้สบาย โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินดี รวมถึงสารประกอบที่มีประโยชน์อื่น ๆ

พืชที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินมีประโยชน์ทางภาชนาการทั้งเป็นยา และบำรุงร่างกายดังนี้

Red Oak(เรดโอค)

red-oak-lecttuce

มีกากใยอาหารช่วยในการย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ล้างผนังลำไส้ กำจัดพวกไขมัน และยังมีธาตุเหล็ก และวิตตามิน C สูง

Green Oak (กรีนโอค)

green-oak-lecttuce

มีกากใยอาหารช่วยในการย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคหวัด

Butter Head (บัตเตอร์เฮด)

butterhead

กากใยอาหารช่วยในการย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดคอเรสเตอรอล เนื่องด้วย Butter Head มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก และมีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ยังให้ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ช่วยป้องกันโรค โลหิตจาง บรรเทาอาการท้องผูก เหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

Frilly ice burg (ฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก)

Frilly-iceburg

กากใยอาหารช่วยในการย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลัง ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคหวัด

Cos (คอส)

cos-lecttuce

กากใยอาหารช่วยในการย่อยง่าย ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงประสาทและกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

Water Convolvulus (ผักบุ้งจีน)

Water-Convolvulus

มีแคลเซียมและธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด ฟอสฟอรัสช่วยบำรุงกระดูก และฟัน มีเยื่อใยช่วยในการขับถ่ายง่าย ย่อยง่าย และมีฤทธิ์เย็นแก้ร้อนใน มีคลอโรฟิลส์ช่วยล้างสารพิษ วิตามินซี (vitamin C) และเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและบำรุงสายตา

Flowering cabbage (Choy Sim) (กวางตุ้งโชว์จีน)

Flowering-cabbage

มีกรดโฟลิก (ซึ่งกรดโฟลิกจะสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับผู้ใหญ่และเด็ก และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ) ช่วยการพัฒนาเนื้อเยื่อ และสังเคราะห์ DNA ดีกับหญิงมีครรภ์(ช่วยในการสร้างเซลล์โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการแบ่งตัว) นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมสูง สร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

Chinese Kale (คะน้า)

Chinese-Kale

คะน้ามีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เมื่อร่างกายเปลี่ยนเบต้าแคโรทีน เป็นวิตามินเอจะช่วยบำรุงสายตา(ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก) ใบคะน้ามีแคลเซียมสูง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีพอๆกับแคลเซียมจากนม คะน้ามีวิตามิน C แคลเซียม และฟอสฟอรัส เพื่อป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคกระดูกบาง

Spinach (ปวยเล้ง)

Spinach-ปวยเล้ง

ปวยเล้งเป็นผักสุขภาพชั้นแนวหน้าอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน(ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก) ที่ช่วยบำรุงสายตา และ ช่วยป้องกันผิวที่อาจเกิดจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง มีแคลเซียมที่บำรุงกระดูกสูง และมีฟอสฟอรัสช่วยปรับระดับเลือดในร่างกายให้ไหลเวียนดี

Iceberg Lettuce (ผักกาดแก้ว)

ผักกาดแก้ว

ในผักกาดแก้วมีฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันและต้านมะเร็ง ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ เป็นผักที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

Lettuce (ผักกาดหอม)

ผักกาดหอม

ผักกาดหอมอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา(ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก) และยังมีวิตามินซีบำรุงกระดูกและฟันอีกด้วย วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยังช่วยเรื่องภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และป้องกันไข้หวัด

Amaranth (ผักโขม)

ผักโขม

ผักโขมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญคือ มีสารเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดทำให้มีผิวพรรณที่ดี ในเมล็ดของผักโขม เป็นแหล่งรวมของโปรตีน แคลเซียม เหล็ก และวิตามินซี

หลังจากทราบถึงคุณค่าทางโภชนาการของผัก Hydroponics กันแล้ว และรู้ว่าร่างกายเราต้องการธาตุอาหารมาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งผัก Hydroponics สามารถเพิ่มธาตุอาหารเหล่านั้นให้คุณได้ คุณควรจะใส่ใจกับผัก Hydroponics ให้มากขึ้นและหันมาดูแลตัวเองให้มากๆด้วยการกินผักไร้สารพิษ

{ 0 comments }

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมผักในถุงที่ชายในห้าวสรรพสินค้าชั้นนำ จึงมีราคาแพงกว่าผักในตลาดสดหลายเท่าตัว หลายคนอาจจะตอบได้ว่าเพราะผักเหล่านั้นเป็นผักปลอดสารพิษ แต่ในกลุ่มผักปลอดสารพิษ ก็มีผักอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าผัก”ไฮโดรโปนิกส์” ซึ่งมีราคาสูงกว่าผักปลอดสารพิษทั่วไป อยากรู้ไหมว่าทำไมผักนี้จึงมีราคาแพงและทำไมผักไฮโดรโปนิกส์จึงเป็นตัวเลือกของการบริโภคอาหารในยุคที่มลพิษอยู่รอบกายเรา วันนี้เราไปทราบคำตอบพร้อม ๆ กันเลยครับ

hydroponics-cos-vegetable

ไฮโดรโปนิกส์ (hydroponics) มีที่มาจากคำ 3 คำคือไฮโดร (hydro) ที่แปลว่าน้ำ โปโนส (ponos) ที่แปลว่าระบบการทำงาน และอิกส์ (ics) ที่แปลว่าศาสตร์ จึงหมายถึงศาสตร์ว่าด้วยระบบการทำงานของน้ำ และคำ ๆ นี้ได้ถูกนำมาใช้ เป็นชื่อวิธีการปลูกพืชในน้ำที่มีแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชละลายอยู่ แทนการปลูกบนดินแบบที่เราเห็นกันทั่ว ๆ ไป และด้วยวิธีการปลูกพืชพักซึ่งไม่มีการสัมผัสกับดิน บางครั้งเราก็จะได้ยินคนเรียกวิธีการต่าง ๆในการปลูกพืชผักแบบไฮโดรโปนิกส์ ว่าการปลูกพืชไร้ดิน (soilless culture)

ถึงการปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ จะไม่เป็นที่คุ้นหูกันนัก แต่การปลูกผักแบบนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1600 โดยเกิดขึ้นจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม ที่มีชื่อว่า แจน แบบติสตา แวน เฮลมอนต์ (Jan Baptista Van Helmont) ซึ่งได้ทำการทดลงปลูกต้นวิลโลในท่อที่มีดินบรรจุอยู่ แล้วรดด้วยน้ำฝนเป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อครบระยะเวลาทดลองต้นวิลโลก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 5 ปอนด์ เป็น 169 ปอนด์ และเมื่อวัดน้ำหนักดินที่ปลูก ก็ได้พบว่าดินมีน้ำหนักลดลงเพียงเล็กน้อย จึงสรุปได้ว่าต้นวิลโลใช้สารอาหารหลักจากน้ำในการเจริญเติบโต

ล่วงเลยมาถึงค.ศ. 1699 จอห์น วูดวาร์ด (John oodward) นักวิทยาศาสตร์สัญชาติอังกฤษ ได้ทดลองปลูกพืช ด้วยวิธีการนำสารอาหารจากดินมาละลายในน้ำ แล้วจึงนำพืชลงปลูกในน้ำ ต่อมาในปีค.ศ. 1804 นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อนิโคลาส เทโอดอร์ เดอ โซซูร์ (Nicolas Theo dore de Saussure) ได้กล่าวถึงธาตุอาหารที่พืชต้องการ ในปีค.ศ. 1860 ได้มีนักพฤษศาสตร์ชาวเยอรมันที่ชื่อจูเลียส ฟอน ซัคส์ (Julius von Sachs) ได้ทำการคิดค้นสารละลายสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช และช่วงกลางศตวรรษ๑๙ ฌ็อง บัปติสต์ บูแซงโกลต์ (Jean Baptiste Bousingault) นักวิทยาศาสตร์เมืองน้ำหอม ได้กล่าวแนะนำวิธีการปลูกพืชในทรายที่ใช้สลายละลายธาตุอาหาร หล่อเลี้ยงให้พืชเติบโต แต่ด้วยวิทยาการในสมัยนั้นยังไม่มีอาหารเสริมที่สามารถหาซ้อได้อย่างในปัจจุบัน การปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ จึงยังไม่แพร่หลายออกนอกห้องทดลอง

เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีการปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ ได้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เห็นได้จากการที่มีนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนสามารถคิดค้นสารละลายธาตุอาหารสำหรับการปลูกพืชโดยไม่ใช้น้ำ โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ เฮลม์ คน็อป (Wilhelm Knop) ที่ได้คิดค้นสูตรสารละลายธาตุอาหาร ในปีค.ศ.1869 และได้รับการปรับปรุงเพิ่มสารอาหาร และใช้อยู่ถึงในยุคปัจจุบันและในที่สุดปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ ก็เริ่มทำได้ในเชิงพาณิชย์ เมื่อ ชาวอเมริกันที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแคริฟอร์เนีย นามว่า ศาสตราจารย์วิลเลียม เอฟ. เกอริก (William F. Gericke) ได้คิดค้นวิธีการเติมอากาศหรือลมลงในน้ำหรือสารละลายธาตุอาหารที่ใช้ปลูกพืช จนทำให้การปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ง่ายและแพร่หลายขึ้น จนสามารถทำการผลิตเพื่อขายได้ ศาสตราจารย์วิลเลียม เอฟ. เกอริก จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งเทคโนโลยีไฮโดรโปนิกส์สมัยใหม่

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพอเมริกาที่เข้าไปตั้งฐานทัพในญี่ปุ่นได้ทำวิทยาการการปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ไปใช้ในการปลูกผักปลอดภัยเพื่อเป็นอาหารในกองทัพ ญี่ปุ่นจึงถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ และในปี ค.ศ. 1960 สถานีวิจัยพืชสวนกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของญี่ปุ่น ก็ได้พัฒนาการปลูกพืชด้วยกรวด (gravel culture) ซึ่งถือเป็นวิทยาการการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินของญี่ปุ่น

ทุกวันนี้การปลูกพืชผักด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ก้าวหน้าขึ้นจนมีวิธีการใหม่ ๆ นอกเหนือจากการปลูกพืชในน้ำ เช่นการปลูกบนวัสดุปลูกแทนดินโดยรดด้วยสารละลายธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช (วิธีนี้เรียกว่า Substrate cultures หรือ Media culture หรือ Aggregate hydroponics) แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ถือว่าเป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชและไม่สัมผัสกับดินซึ่งอาจจะสัมผัสกับมลพิษ

เห็นไหมละครับว่าการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นผ่านการคิดค้นอันยาวนาน เพื่อเป็นพักทางเลือกในยุคที่มลภาวะอยู่ใกล้เราแค่เอื้อมมือ ดังนั้นราคาที่สูงกว่าผักทั่วไปคงจะไม่เป็นอุปสรรค์ที่ทำให้คุณไม่เลือกอาหารที่ปลอดภัยให้กับตนเองและครอบครัว

{ 0 comments }